Finance&Banking
Corporate Business
SME
What's hot
Investment
Smart Planning
Casual Lifestyle
บัญชีออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน และบัญชีฝากประจำต่างกันอย่างไร?
บัญชีเงินฝากทั้ง 3 ประเภท มีลักษณะที่เหมือนกันคือ เป็นการนำฝากเงินไว้กับธนาคาร แต่ต่างกันที่วัตถุประสงค์ในการใช้บัญชีเงินฝากแต่ละประเภท รวมไปถึง อัตราดอกเบี้ยที่ลูกค้าจะได้รับ และเงื่อนไขการฝาก-ถอนเงิน

 
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
บัญชีเงินฝากประจำ
บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
ลักษณะผลิตภัณฑ์
บัญชีเงินฝากที่มีความ คล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน
บัญชีเงินฝากเพื่อการออมเงินตามระยะเวลาที่ต้องการ ได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าในอัตราที่แน่นอน และสามารถใช้เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อ/ค้ำประกันกับธนาคารได้
บัญชีเงินฝากสำหรับการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน/ธุรกิจด้วยเช็ค ไม่จำกัดวงเงิน เพิ่มความคล่องตัวในทุกธุรกิจ
เหมาะกับ
เป็นบัญชีใช้จ่ายทั่วไป
บัญชีที่ต้องการออมเงิน
บัญชีที่มีเงินหมุนเวียนตลอด เช่นบัญชีที่ใช้ทำธุรกิจ
อัตราดอกเบี้ย
เป็นไปตามประกาศของธนาคาร
ได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ ในอัตราที่แน่นอน
ไม่มีดอกเบี้ย
การฝาก-ถอนเงิน
ฝาก-ถอนได้ตลอด
มี 2 ประเภท คือ
1. บัญชีเงินฝากประจำประเภทที่ฝากเงินจำนวนหนึ่งทิ้งไว้ในบัญชีตามระยะเวลาที่ต้องการ เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน
2. บัญชีประเภทที่ต้องนำฝากเงินในจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในที่นี้ก็คือเงินฝากทวีทรัพย์ 24 เดือน
ฝาก-ถอน ได้ตลอด
การออกเช็ค
ไม่ได้
ไม่ได้
ออกเช็คได้
การออกบัตรATM/บัตรเดบิต
ใช้ร่วมกับบัตร ATM/Debit Card ได้
ไม่ได้
ใช้ร่วมกับบัตร ATM/Debit Card ได้
เช็คมีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

เช็คแบ่งเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ เช็คสั่งจ่ายตามสั่ง (Order cheque), แคชเชียร์เช็ค เช็คของขวัญ และเช็คสำหรับผู้เดินทาง
 

เช็คสั่งจ่ายตามสั่ง ( order cheque)  เป็นเช็คที่ออกโดยบุคคลเจ้าของบัญชี ( เฉพาะบัญชีกระแสรายวัน) สั่งจ่ายให้กับผู้ที่มีชื่อปรากฎในเช็คแทนการใช้เงินสด  โดยสามารถระบุวันที่สั่งจ่ายได้ ซึ่งผู้รับเงินจะไปขึ้นเงินได้ต่อเมื่อถึงวันที่ระบุไว้ในเช็คเท่านั้น  เช็คดังกล่าวสามารถเปลี่ยนผู้รับเงินได้ โดยการสลักหลังและส่งมอบ หรือสามารถขีดคร่อมเส้นคู่ขนานบนหน้าเช็คได้ ซึ่งจะทำให้ผู้รับเช็คไม่สามารถขึ้นเงินสดได้ โดยต้องนำไปเข้าบัญชีธนาคารของตนเองเท่านั้น


แคชเชียร์เช็ค
เป็นเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายและสามารถระบุผู้รับเงินได้ ผู้ที่ต้องการซื้อเช็คดังกล่าวสามารถไปซื้อได้ที่ธนาคาร เช็คประเภทนี้มักใช้ถือแทนเงินสดเพื่อความปลอดภัยในการถือเงินสดจำนวนมาก เนื่องจากมีการระบุชื่อผู้รับชัดเจน  


เช็คของขวัญ
ลักษณะคล้ายกับแคชเชียร์เช็ค แต่ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อผู้รับและสั่งจ่ายเป็นเงินสดได้  มักใช้มอบให้กับผู้รับในโอกาสพิเศษต่างๆ แทนของขวัญ เช่นปีใหม่ งานแต่งงาน


เช็คสำหรับผู้เดินทาง (Traveler's Cheque)
  เป็นเช็คสำหรับผู้เดินทางไกลทั้งในและต่างประเทศ ใช้แทนการถือเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากๆ

การทำธุรกรรมออนไลน์ คืออะไร?
การทำธุรกรรมต่างๆกับทางธนาคาร ผ่านทางช่องทางต่างๆที่นอกเหนือจากสาขา เช่น ตู้เอทีเอ็ม อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ธุรกรรมนั้นหมายความถึง การโอนเงิน การฝากเงิน การชำระค่าบริการสินค้าและบริการ เป็นต้น
การโอนเงินในแต่ละช่องทางเสียค่าธรรมเนียมเท่ากันหรือไม่?
ปัจจุบันการโอนเงินทางธนาคารสามารถทำได้หลายช่องทาง และมีค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขที่แตกต่างกันดังตารางด้านล่าง

ค่าธรรมเนียมการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย

เคาน์เตอร์ธนาคาร
K-ATM
K-CDM
K-Cyber Banking
K-Mobile Banking
โอนให้กับบัญชีในเขตเดียวกัน
ฟรี
ฟรี
ฟรี
ฟรี
ฟรี
โอนไปบัญชีธนาคารเดียวกันแต่ข้ามเขตบริการ

หมื่นละ 10 บาท และค่าบริการ 20บาท/เดือน

 

15 บาท (ฟรีรายการแรกของเดือน) 

หมื่นละ 10 บาท และค่าบริการ 20บาท/เดือน

15 บาท
15 บาท
โอนต่างธนาคาร
เริ่มต้น 50 บาท
เริ่มต้น 25 บาท
เริ่มต้น 50 บาท
เริ่มต้น 25 บาท
เริ่มต้น 25 บาท
ประกันชีวิตมีกี่แบบแต่ละแบบแตกต่างกันกันอย่างไร?
- แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) ซึ่งเน้นทั้งการออมเงินและมีความคุ้มครองชีวิต คือผู้ซื้อประกันจะชำระเบี้ยประกันจำนวนเท่าๆกันทุกงวดในแต่ละปี เมื่อถึงกำหนดจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ระหว่างที่ชำระเบี้ยประกันจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข

- แบบตลอดชีพ (Whole Life) ซึ่งเน้นการคุ้มครองชีวิต คือแบบประกันจะมีความคุ้มครองที่ยาว โดยคุ้มครองชีวิต จะคุ้มครองถึงผู้ถือกรมธรรม์อายุ 90 ปี เพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัว หรือเป็นมรดก

- แบบคุ้มครองชั่วระยะเวลา (Term) ซึ่งเน้นความคุ้มครองชีวิตเท่านั้น ไม่มีเงินผลประโยชน์คืน โดยส่วนใหญ่จะทำระยะสั้นถึงกลาง วัตถุประสงค์ในการทำมีได้หลายแบบ เช่น ทำเพื่อคุ้มครองภาระสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัีย

- แบบบำนาญ (Annuity) เน้นออมเงินเพื่อเป็นเงินใช้จ่ายตอนเกษียณอายุ
บัตร ATM, บัตรเดบิตการ์ดและบัตรเครดิตแตกต่างกันอย่างไร?
บัตร ATM คือบัตรที่ใช้สำหรับกดเงินสดจากบัญชีออมทรัพย์ผ่านตู้เอทีเอ็ม

บัตรเดบิต
เหมือนกับบัตรเอทีเอ็ม แต่สามารถใช้รูดซื้อสินค้าแทนการจ่ายเงินสด ทั้งตามร้านค้าและทางอินเตอร์เน็ตได้ โดยใช้เงินที่อยู่ในบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับบัตรนั้นๆ

บัตรเครดิต
ใช้สำหรับรูดซื้อสินค้าแทนการจ่ายเงินสด โดยจำนวนเงินที่สามารถใช้จ่ายได้จะอยู่ภายใต้วงเงินที่ได้รับอนุมัตจากสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกบัตร โดยเมื่อครบกำหนดชำระ เจ้าของบัตรต้องไปชำระวงเงินที่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรไปกับทางธนาคาร หากชำระล่าช้าหรือไม่ครบจำนวนก็จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้น โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในแต่ละสถาบันการเงิน
บัตรกดเงินสดคืออะไร?
บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ใช้อำนวยความสะดวกสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อผู้ขอสินเชื่อได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อก็จะได้รับบัตรกดเงินสดมา โดยสามารถใช้กดเงินสดได้จากตู้ ATM ของธนาคารต่างๆ และเริ่มคิดดอกเบี้ยในวันที่กดเงิน
Direct Debit คืออะไร?
Direct Debit หรือ บริการชำระเงินด้วยการตัดบัญชีอัตโนมัติคือ  การชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่นค่าสาธาณูปโภคต่างๆ ค่าโทรศัพท์มือถือ บิลบัตรเครดิตเป็นต้น ผ่านการหักบัญชีธนาคารโดยตรง โดยผู้ที่ต้องการใช้บริการสามารถสมัครได้กับทั้งทางธนาคารเจ้าของบัญชีหรือกับทางผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ การชำระโดยวิธีนี้มีข้อดีคือความสะดวกเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกหักออกจากบัญชีอัตโนมัตในทุกๆเดือนตามยอดในใบแจ้งหนี้  และไม่มีค่าธรรมเนียมในการชำระแต่ละครั้ง
ธนาคารมีการจำกัดวงเงินในการทำรายการผ่านบริการ K-Cyber Banking หรือไม่?
บริการ K-Cyber Banking มีการจำกัดวงเงินทำรายการต่อ User ID/วัน สำหรับรายการโอนเงินให้บุคคลอื่น/ โอนเงินต่างธนาคาร/ ชำระค่าสินค้าและบริการ ทำรายการยอดเงินรวมกันได้ไม่เกินวงเงินทำรายการต่อวันตามที่แจ้งไว้ โดยระบบมีการกำหนดวงเงินมาตรฐานไว้ที่ 500,000 บาท/ User ID/ วัน โดยลูกค้าสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงวงเงินทำรายการต่อวันได้ หมายเหตุ: การโอนเงินระหว่างบัญชีกสิกรไทยของตนเองไม่จำกัดวงเงินทำรายการต่อวัน
วงเงินทำรายการต่อวันบริการ K-Cyber Banking กำหนดอยู่ที่เท่าไร?
ลูกค้าสามารถเพิ่มวงเงินโดยส่งแบบฟอร์ม “ขอเปลี่ยนแปลงการใช้บริการ”มาที่ฝ่ายธอ.ได้สูงสุด 2,000,000 บาท 

   - ลูกค้าสามารถเพิ่มวงเงินผ่านทาง Call Center ได้สูงสุด 1,000,000 บาท
   - ลูกค้าสามารถปรับลดวงเงินต่ำสุดได้ถึง 0 บาท
การขอรับเงินฝากของผู้เสียชีวิต ต้องทำอย่างไร?

การขอรับเงินฝาก ของผู้เสียชีวิต

 

เอกสารประกอบการขอรับเงินฝาก แบ่งเป็นดังนี้
 1. กรณีผู้เสียชีวิต เป็นคนไทย และชาวต่างชาติ

     1.1. กรณีที่มียอดเงินฝากสุทธิ ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป

 

ลำดับที่

เอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝาก

1

สำเนาใบมรณบัตร

2

สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

3

สำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

หมายเหตุ : หนังสือรับรองฉบับนี้ขอได้จากศาลที่ออก คำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งตามกระบวนการของศาลจะออกให้หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก แล้ว 1 เดือน เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกองมรดกยื่นคำร้อง ขอคัดค้าน)

4

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการมรดก

5

สำเนาสมุดเงินฝากทุกประเภทของผู้วายชนม์ (ถ้ามี)

6

หนังสือทายาทขอรับมรดก (ธนาคารเตรียมให้)

7

ใบรับเงิน (ธนาคารเตรียมให้)

 

1.2. กรณีที่มียอดเงินฝากสุทธิ ไม่ถึง 200,000 บาท

(กรณีที่มียอดเงินฝากสุทธิ ไม่ถึง 2 แสนบาท ถ้ามีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และ หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด สามารถนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝาก แทนการใช้หนังสือสัญญาค้ำประกัน)

 

ลำดับที่

เอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝาก

1

สำเนาใบมรณบัตร

2

สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของทายาททุกคน ผู้มาขอรับเงิน

3

สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน

หมายเหตุ : ผู้มาขอรับมรดกเงินฝาก จะต้องมีผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลน่าเชื่อถือ หรือเป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น หรือกรณีเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้ค้ำประกันการรับมรดกเงินฝาก (ต้องนำผู้ค้ำประกัน มาที่สาขาในวันรับเงินด้วย)                                                            

4

หนังสือยินยอม จากคู่สมรสของผู้ค้ำประกัน (ในกรณีที่มีผู้ค้ำประกันสมรสแล้ว)

5

ใบสำคัญการจดทะเบียนสมรสของผู้เสียชีวิต (ถ้ามี)

6
สมุดเงินฝากทุกประเภทของผู้เสียชีวิต (ถ้ามี)

7

หนังสือสัญญาค้ำประกัน (ธนาคารเตรียมให้)

8

หนังสือทายาทขอรับมรดก (ธนาคารเตรียมให้)

9

ใบรับเงิน (ธนาคารเตรียมให้)

 

หมายเหตุ: กรณีผู้เสียชีวิต เป็นชาวต่างชาติ

1. กรณีทายาทโดยธรรม ไม่มีคำสั่งศาลไทยแต่งตั้งผู้จัดการมรดกมาแสดง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ตามขั้นตอนดังนี้

       1.1. นำเอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝาก ที่จัดทำขึ้นในต่างประเทศ จะต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public หรือในกรณีที่ประเทศนั้นไม่มี Notary Public จะต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ ในประเทศที่ออกเอกสารดังกล่าว

       1.2. นำเอกสารที่ผ่านการรับรองจาก Notary Public แล้ว (ตามข้อ 1.1) ไปให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยประจำประเทศนั้นๆ รับรองลายมือชื่อและตราประทับของ Notary Public หรือกระทรวงการต่างประเทศ

       1.3. นำเอกสารที่ผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยประจำประเทศนั้นๆ (ตามข้อ 1.2) ไปให้กระทรวงการต่างประเทศ ในประเทศไทย ลงนามรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย อีกครั้งหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศ


 หน่วยงานที่รับรองเอกสาร  2. กรณีเอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝากทำขึ้นเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยแล้ว จะต้องมีการจัดทำคำแปลเป็นฉบับภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยประกอบ  

2. กรณีผู้เสียชีวิต เป็นพระภิกษุสงฆ์

 

ลำดับที่

เอกสารประกอบการขอรับมรดกเงินฝาก

1

สำเนาใบมรณบัตร

2

สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (กรณีมีพินัยกรรม ยกมรดกเงินฝาก ให้กับบุคคลอื่น)

3

สำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (กรณีมีพินัยกรรม ยกมรดกเงินฝาก ให้กับบุคคลอื่น)

หมายเหตุ : หนังสือรับรองฉบับนี้ขอได้จากศาลที่ออก คำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งตามกระบวนการของศาลจะออกให้หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก แล้ว 1 เดือน เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกองมรดกยื่นคำร้อง ขอคัดค้าน)

4

สำเนาคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาส

5

สำเนาหนังสือสุทธิของเจ้าอาวาส

6

สำเนาหนังสือสุทธิของพระภิกษุสงฆ์ที่มรณภาพ

7

ใบรับเงิน (ธนาคารเตรียมให้)


กรณีขอตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ของผู้เสียชีวิต การขอตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ของผู้เสียชีวิต ผู้ขอตรวจสอบจะต้องเป็น ผู้จัดการมรดก / ทายาทโดยธรรม ของผู้เสียชีวิต เท่านั้น 


เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการขอตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ของผู้เสียชีวิต มีดังนี้

1. สำเนาใบมรณบัตร

2. สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

3. สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้จัดการมรดก/ทายาทโดยธรรม

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้จัดการมรดก/ทายาทโดยธรรม

5. หนังสือขอให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียชีวิต และลงนามโดยผู้จัดการมรดก/ทายาทโดยธรรม


หมายเหตุ: ผู้จัดการมรดก/ทายาทโดยธรรม  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือยื่นคำร้อง ขอรับเงินฝาก ของผู้เสียชีวิต ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

งานจัดการบัญชีผู้วายชนม์
ฝ่ายบริหารข้อมูลสารสนเทศ

อีเมล์: customer_info_service@kasikornbank.com

ที่อยู่: บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ฝ่ายบริหารข้อมูลสารสนเทศ ชั้น 5
เลขที่ 1 ซอยราษฏร์บูรณะ 27/1 แขวงราษฏร์บูรณะ  เขตราษฏร์บูรณะ
กทม. 10140

     

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์: 0 2888 8888 โทรสาร: 0 2888 8882