Finance&Banking
Corporate Business
SME
What's hot
Investment
Smart Planning
Casual Lifestyle
กองทุนรวมคืออะไร?
กองทุนรวม คือ โครงการจัดการลงทุนที่ระดมทุนจากบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและนำเงินดังกล่าวไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสารทางการเงิน เงินฝาก และทรัพย์สินอื่นๆ ที่กฎหมายอนุญาตให้ลงทุนได้ ทั้งนี้กองทุนรวมแต่ละประเภทจะมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสม กับความต้องการของผู้ลงทุนซึ่งจะต้องพิจารณาตามความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนต้องการ
โครงสร้างของกองทุนรวมเป็นอย่างไร?
 
กองทุนรวมเป็นนิติบุคคล แยกต่างหากจากบริษัทจัดการ มีความปลอดภัยในการลงทุนเพราะบริษัทจัดการ ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนถูกควบคุมโดย สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ผู้ดูแลผลประโยชน์ และ ผู้สอบบัญชี

สำนักงาน ก.ล.ต. คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจจัดการลงทุน

สมาคม บลจ. คือ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจจัดการลงทุนให้กับบริษัทสมาชิก (บริษัทจัดการลงทุนทุกแห่งต้องเป็นสมาชิก)

บริษัทจัดการ คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซึ่งทำหน้าที่บริหารการลงทุนของกองทุนแทนผู้ลงทุน

ผู้ดูแลผลประโยชน์ คือ สถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด โดยมีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุนรวมและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมใดๆจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการนั้นๆ

ผู้สอบบัญชี คือ ผู้สอบบัญชีกองทุนรวมที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของกองทุนรวม

ตัวแทนจำหน่าย คือ ตัวแทนสนับสนุนการจำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.

นายทะเบียน คือ บริษัทจัดการ หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.ให้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนของกองทุน
ข้อแตกต่างของกองทุนรวมที่มีและไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล?
1. กองทุนรวม ที่ไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล จะนำผลประโยชน์ของเงินที่ได้จากการลงทุน ไปลงทุนเพิ่มโดยผลประโยชน์ที่ ได้จะสะท้อนรวมอยู่ในมูลค่า หน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นและ มีจำนวนหน่วยลงทุนเท่าเดิมนั่นเอง ทั้งนี้ผู้ลงทุนที่เหมาะสมกับกอง ทุนรวมที่มีนโยบายเช่นนี้คือ ผู้ลงทุนระยะยาว และหรือบุคคลธรรมดาซึ่งในกรณีที่ขายหน่วยลงทุนออก ส่วนต่างของกำไร (กำไรส่วนเกินทุน หรือ Capital Gain)จะได้รับยกเว้นภาษี
2. กองทุนรวมที่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลจะจ่ายผลประโยชน์ของเงินที่ได้จากการลงทุนออกในรูปของเงินปันผล ให้กับผู้ลง ทุนจึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการมีรายได้สม่ำเสมอ
ทำไมจึงลงทุนในกองทุนรวม?

1. ลงทุนง่าย ไม่ต้องการความเชี่ยวชาญ และไม่เสียเวลา

2. บริหารโดยบริษัทจัดการมืออาชีพ มีประสพการณ์ที่พิสูจน์ผลงานมาแล้ว

3. บริษัทจัดการรู้ข้อมูล ข่าวสารมากกว่า และรวดเร็วกว่า เพราะติดต่อกับสถาบันต่างๆ มากมาย

4. บริษัทจัดการส่วนใหญ่มีทีมงานวิจัยของตนเอง

5. กองทุนรวมกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า เนื่องจากกระจายการลงทุนไปในหลักทรัพย์ ประเภทต่างๆ ได้มากกว่า

6. กองทุนรวมเพิ่มอำนาจต่อรองสูงกว่า เนื่องจากมีกำลังเงินมากกว่า

7. สิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งของกองทุนรวม และผู้ถือหน่วยลงทุน
ควรเลือกลงทุนกับใคร?

ในการเลือกลงทุนกับบริษัทจัดการใดๆ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจากส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้

    พื้นฐานของบริษัทจัดการ โดยพิจารณาจาก ประวัติความเป็นมา ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ฐานลูกค้า (บุคคล และ สถาบัน) มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการประเภทและบริการที่นำเสนอ ผู้ลงทุนควรสำรวจว่าบริษัทจัดการมีบริการจัดการลงทุนครบทุกประเภท หรือบางประเภท โดยที่บริษัทจัดการลงทุน ประเภทแรกมักจะให้ความสะดวกในการสับเปลี่ยนการลงทุนได้มากกว่าในสภาวะการลงทุนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ บริษัทจัดการลงทุนประเภทหลังจะมีความชำนาญเฉพาะด้านปรัชญาบริษัท ปรัชญาการลงทุน และแนวทางการปฏิบัติ วินัย และจรรยาบรรณของบริษัทจัดการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นผู้ลงทุนควรจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และโดยส่วนใหญ่ บริษัทที่มีนโยบายเชิงรุก(Aggressive Approach)มักจะบริหารได้ดีในช่วงตลาดขาขึ้น (Bull Market) อย่างไรก็ตาม บริษัทที่มีนโยบายเชิงรับ (Conservative Approach) มักจะบริหารปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ดีกว่าในช่วงตลาดขาลง (Bear Market)แหล่งซื้อขายหน่วยลงทุน จะกระทบต่อความสะดวกของผู้ลงทุนในการส่งคำสั่งซื้อขาย หรือสับเปลี่ยนกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่รับคำสั่งซื้อขาย หรือระบบอิเลคโทรนิค ก็ตาม

อะไรคือ มูลค่าหน่วยลงทุน และ คำนวณอย่างไร?

มูลค่าหน่วยลงทุน(NAV) ของกองทุน คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของผู้ลงทุน(Net Asset Value per unit) หรือ ง่ายๆ ก็คือ สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในทรัพย์สินของกองทุนนั่นเอง ซึ่งตามประกาศสมาคม บลจ. โดยความเห็นชอบของสำนักงาน คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดว่าราคาหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่นั้น เมื่อนำมาคำนวณ NAV ให้ใช้ราคาตลาดที่มีการซื้อขายจริง ของหลักทรัพย์เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสำหรับคนที่จะขายหรือคนที่จะซื้อหน่วยลงทุนที่จะได้ซื้อหรือขายตามมูลค่าที่ เป็นจริงในตลาด ณ ขณะนั้นจริงๆ ซึ่งกองทุนทุกกองทุนของบริษัทก็ได้ยึดถือและปฏิบัติตามเกณฑ์นี้มาโดยตลอด (สามารถทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เครือข่าย Internet ของ สำนักงาน ก.ล.ต. )

จะทราบมูลค่าหน่วยลงทุนได้เมื่อไร?

สามารถทราบราคาขาย ราคารับซื้อคืน และมูลค่าหน่วยลงทุน ของกองทุนเปิด ณ วันปัจจุบันได้ในวันทำการถัดไป ของบริษัท (T+1)

ทำไมมูลค่าหน่วยลงทุน จะต้องมีทศนิยม 4 ตำแหน่ง?

เนื่องจากการคำนวณมูลค่าหน่วยลงทุนจะได้เป็นทศนิยมไม่รู้จบ  จึงได้มีการกำหนดให้ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง

มูลค่าหน่วยลงทุน คำนวณมาจากอะไร?
มูลค่าหน่วยลงทุนคำนวณมาจาก  ราคาปิดของหลักทรัพย์ทุกตัวที่กองทุนได้ลงทุนไว้รวมกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน หักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ  จากนั้น หารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด
สามารถดูมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลัง ได้จากที่ไหน?
ที่ web site www.kasikornasset.com เปิดหน้ามูลค่าหน่วยลงทุนแล้วเลือกวันที่ที่ต้องการแสดงข้อมูลย้อนหลัง มูลค่าหน่วยลงทุนหรือ เลือกดาวน์โหลด ข้อมูลย้อนหลังเป็นช่วงเวลาที่ต้องการดูข้อมูล โดยกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุด ข้อมูลจะเป็นไฟล์ Excel
บลจ.กสิกรไทยมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายกองทุน RMF LTF หรือไม่?
กรณีกองทุน RMF จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และกองทุน LTF  จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน  แต่จะมีค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ คือ ถ้าขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะถือครองครบ 1 ปี (นับแบบวันชนวัน) จะคิดค่าธรรมเนียม1.50%ของมูลค่าหน่วยลงทุน
เงินปันผลต้องเสียภาษีหรือไม่ ถ้าต้องเสียภาษีจะเสียในอัตราเท่าไหร่?
เงินปันผลที่ผู้ลงทุนได้รับจากกองทุนรวมจะต้องเสียภาษี  ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 วิธี คือ
1.ให้บลจ.หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% หรือ
2.นำไปรวมกับเงินได้เพื่อเสียภาษีประจำปี
เงินปันผลของกองทุนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว จะต้องนำมายื่นภาษีอีกหรือไม่?
หากเงินปันผลนั้นได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ก็ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีอีก
มีกองทุนอะไรบ้างที่ไม่สามารถโอนหน่วยลงทุนได้?
กองทุน RMF  และกองทุน LTF  กฎหมายห้ามไม่ให้โอนคะ
ลูกค้าที่สมัครใช้บริการ K Cyber Invest ซื้อกองทุน สามารถให้หักบัญชีธนาคารอะไรได้บ้าง?
ธนาคารกสิกรไทย , ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารทหารไทย
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์คืออะไร?
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์คือการระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ประจำในรูปของค่าเช่า เช่น โครงการเซอร์วิสอพาร์เมนท์, โรงแรมและรีสอร์ท, สนามบิน หรือ โรงงาน เป็นต้น ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้ลงทุนในรูปเงินปันผล
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต่างกันอย่างไร?
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนในสิทธิการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกองทุนจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ลงทุนนั้น ในขณะที่กองทุนรวมสิทธิการเช่าเป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นซึ่งจะมีอายุการเช่ากำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยกองทุนมีสิทธิในการครองครองและสามารถนำทรัพย์สินที่ลงทุนไปดำเนินการเพื่อหาสรรหาผลตอบแทนได้เพียงช่วงระยะเวลาการเช่าเท่านั้น
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด?

เนื่องจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีรายได้หลักการค่าเช่าดังนั้นผลตอบแทนจึงมีความผันผวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุ้นทั่วไป กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาว และต้องการผลตอบแทนที่คงที่ โดยสามารถยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของตลาดซึ่งอาจกระทบต่อรายได้การเช่าของกองทุน

เมื่อลงทุนในกองทุนรวมอสังริมทรัพย์ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบใด?
นักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในรูปของ เงินปันผลที่เกิดจากรายได้ค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น และ Capital Gain ที่อาจเกิดจากการขายหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
การลงทุนใน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แตกต่างจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงอย่างไร?

การบริหารจัดการ การหาผู้เช่า การซ่อมแซมบำรุงดูแลรักษาสภาพของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ จะเป็นภาระโดยตรงของผู้ลงทุนหากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุน ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ประจำผ่านกองทุนรวม โดยภาระต่างๆ ในการบริหารจัดการที่กล่าวมาข้างต้น จะได้รับการดูแลโดยผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ดี การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดการกองทุนซึ่งผู้ลงทุนสามารถศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนนั้น

ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์?
การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ผู้ลงทุนอาจได้รับประโยชน์โดยสรุปดังนี้
1) สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ประจำผ่านกองทุนรวม โดยผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับรายได้ประจำเหมือนกับการลงทุนในตราสารหนี้ อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะไม่แน่นอนตายตัวเหมือนตราสารหนี้ แต่อาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะของการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์และแนวโน้มเศรษฐกิจ
2) เป็นทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
3) ผู้ลงทุนจะมีสภาพคล่องมากกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เนื่องจากเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ข้อพึงตระหนักของผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีอะไรบ้าง?

ในการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ผู้ลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นโดยศึกษาข้อมูลโครงการของกองทุนรวมและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และควรศึกษาหนังสือชี้ชวนฯ อย่างละเอียด โดยศึกษานโยบายการลงทุน รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุน บริษัทจัดการ นโยบายการจ่ายเงินปันผล ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งผู้ลงทุนควรศึกษาถึงปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะอัตราดอกเบี้ย วัฏจักรของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาลักษณะของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีประเด็นแตกต่างจากการลงทุนทั่วไป ดังนี้
1) ทรัพย์สินหลักของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ในกรณีนี้อาจกล่าวได้ว่ากองทุนมีการกระจายการลงทุนน้อยกว่ากองทุนรวมทั่วไป ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงในการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
2) กำไรหรือผลตอบแทนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ขึ้นอยู่กับสภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป ดังนั้น มูลค่าหน่วยลงทุนอาจจะลดลงหากมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนลดลง ตลอดจน กองทุนอาจจะไม่จ่ายเงินปันผลหากมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
3) การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ นอกจากนี้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทุนรวมที่มุ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว ผู้ลงทุนจึงควรตระหนักถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในหน่วยลงทุน
4) ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งราคาที่ซื้อขายกันอาจเป็น premium หรือ discount จาก NAV ก็ได้

กองทุนส่วนบุคคล เหมือน หรือ ต่างจากกองทุนรวม อย่างไร?
กองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม มีทั้งความเหมือนและความต่างกัน

กองทุนส่วนบุคคลเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ ทรัพย์สิน และหรือเงินฝากที่ลูกค้ามีภาระภาษีเช่นเดียวกับการลงทุนโดยตรงผ่าน กองทุนที่ลูกค้าเป็นผู้กำหนดนโยบายการลงทุน ตามวัตถุประสงค์และข้อจำกัดของลูกค้าแต่ละราย โดยแต่ละกองทุนจะบริหารแยกจาก กันเป็นรายกองทุนและสามารถกระจายความเสี่ยงได้ ลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและสามารถปรับ เปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ลงทุนทุกประเภทจะอยู่ในชื่อลูกค้าและนำมาคำนวณมูลค่าตามราคาตลาดเพื่อรายงานกับลูกค้า ทั้งนี้ ลูกค้าต้องมีเงินลงทุนจำนวนมากพอสมควรเพื่อที่จะสามารถกระจายความเสี่ยง

ส่วน กองทุนรวมนั้น จะเป็นกองทุนที่ได้รับการกำหนดนโยบายการลงทุนโดยบริษัทจัดการและบริหารตามความเห็นของผู้จัดการ กองทุน ลูกค้าจะลงทุนในรูปแบบการซื้อหน่วยลงทุน โดยลูกค้าสามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องมีเงินลงทุนมากนัก และได้รับยกเว้นภาษี ภาษี

ส่วนที่เหมือนกัน คือ ได้รับการบริหารโดยมืออาชีพ และมีการกำหนดนโยบายอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาลงทุนใน นโยบายการลงทุนแต่ละประเภท ควรดูจากวัตถุประสงค์ในการลงทุนเป็นหลัก
ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มแรก เท่าไร?

ทรัพย์สินเริ่มต้นหรือจำนวนเงินทุนขั้นต่ำของกองทุนส่วนบุคคลที่บริษัทจัดการรับจัดการนั้น จะเป็นมูลค่าเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบาย การลงทุนแต่ละประเภทตามที่กำหนดของบริษัทจัดการนั้น ๆ

ใครเป็นผู้ดูแลการลงทุน และมีคุณสมบัติอย่างไร?

ผู้ดูแลการลงทุน หรือ ผู้จัดการกองทุนนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการเห็นชอบให้เป็นผู้จัดการกองทุนจากสำนักงาน ก.ล.ต.แล้วเท่านั้น ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต.ได้ประกาศกำหนดไว้ตามประกาศ ก.ล.ต. โดยได้กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำไว้ดังนี้

  1. ป็นพนักงานของบริษัทจัดการ
  2. ผ่านการทดสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาชีพตามที่กำหนด (อย่างน้อย CFA candidate ระดับที่ 1)
  3. ผ่านการทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และ จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ ที่จัดโดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  4. ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เป็นผู้จัดการกองทุน
  5. ประสบการณ์ด้านวิเคราะห์วิจัยหลักทรัพย์ อย่างน้อย 3 ปี
  6. วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
ลงทุนกับกองทุนส่วนบุคคล มีโอกาสขาดทุน หรือไม่?
การลงทุนกับกองทุนส่วนบุคคล จะมีโอกาสขาดทุนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนและข้อจำกัดต่างๆที่ลูกค้าเลือกลงทุนด้วย ใน กรณีที่ลูกค้าเลือกลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ตราสารทุน ย่อมต้องมีความเสี่ยงและมีโอกาสที่จะเกิดการขาดทุนขึ้นได้เช่น กัน อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าเลือกลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงปานกลาง หรือ มีความเสี่ยงต่ำ ย่อมมีโอกาสที่จะขาดทุนน้อยกว่า
ลงทุนเองจะดีกว่าลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลหรือไม่ อย่างไร?
การลงทุนเองนั้น นักลงทุนต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์ วิจัย และสนใจที่จะติดตามสถานการณ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้พลาด โอกาสและสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ นอกจากนี้ การลงทุนเองอาจถูกจำกัดโอกาสในการกระจายความเสี่ยงเนื่องจากมี การกำหนดอัตราขั้นต่ำในการลงทุนค่อนข้างสูงสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา เช่น การลงทุนในตราสารหนี้แต่ละครั้ง ต้องลงทุนขั้นต่ำ ที่ 10 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลนั้น บริษัทจัดการมีทีมงานในการบริหาร โดยผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้ติดตามสภาวะการณ์ลง ทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สูงที่สุดและสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนที่ลูกค้ากำหนด นอกจากนี้ เงินลงทุน ของลูกค้ายังสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้มากกว่า เพราะการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลจะไม่ถูกจำกัดให้ลงทุนขั้นต่ำ เนื่องจากได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ
ถ้าไม่มีความรู้เรื่องเงินๆทองๆ แล้วจะลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลได้ไหม?

ได้ เนื่องจากกองทุนส่วนบุคคลจะมีทีมงานผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์การลงทุน และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว คอยดูแล ติดตามสภาวะการลงทุนทั้งในและนอกประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์แนวทางและทิศทางการลงทุนที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่การตลาด คอยให้คำแนะนำถึงรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม กับ วัตถุประสงค์ของลูกค้า และ สภาวะการณ์ การลงทุน ในแต่ละช่วงอีกด้วย อีกทั้ง เจ้าหน้าที่การตลาด ยังจะคอยให้บริการหลังการขายซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า เข้าใจถึงหลักการ บริหารของบริษัทจัดการ และเข้าใจการลงทุนมากขึ้น

การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลประกันเงินต้นและผลตอบแทนหรือไม่?
กองทุนส่วนบุคคลอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งพ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 2535 กำหนดมิให้บริษัทจัดการรับประกันเงิน ต้นและผลตอบแทน ของกองทุนส่วนบุคคล จนกว่า สำนักงาน ก.ล.ต. จะออกเกณฑ์ในการกำกับดูแลที่ชัดเจน
ประเภทของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ มี 3 ประเภท ได้แก่
1. บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance)
บัญชีแคชบาลานซ์จะต้องฝากเงินสด 100% ของจำนวนเงินที่ต้องการซื้อหุ้นเพื่อวางหลักประกันเข้ามายังบริษัท จึงจะสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ โดยวงเงินในการซื้อหลักทรัพย์จะเท่ากับเงินสดที่ฝากเข้ามาเป็นหลักประกัน และเมื่อมีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จะถูกหักหรือฝากจากยอดเงินประกันที่ฝากเข้ามา
2. บัญชีเงินสด (Cash Account)
บัญชีเงินสดจะต้องฝากเงินหรือฝากหุ้นเข้ามาเพื่อวางหลักประกันก่อนทำการซื้อขายหุ้นเป็นจำนวน 15% ของวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุมัติก่อนการซื้อขาย โดยกำหนดวงเงินจะพิจารณาจากหลักฐานทางการเงินของท่านซึ่งจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัทและเมื่อมีการซื้อหรือขาย บริษัทจะทำการหักค่าซื้อหรือฝากค่าขายหุ้นทั้งจำนวนจากบัญชีธนาคารของท่านผ่านบริการตัดบัญชีอัตโนมัติของธนาคาร (ATS) ในวันทำการที่ 3 (T+3) หลังจากวันที่มีรายการซื้อขายหุ้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถสมัครใช้บริการ K-Stock2Fund(บริการสั่งซื้อ/ขายกองทุน K-Treasury หรือ K-Money แบบอัตโนมัติ เพื่อชำระราคาค่าซื้อ/ขายหลักทรัพย์) ควบคู่กับการเปิดบัญชีเงินสด เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราดอกเบี้ยออกทรัพย์ระหว่างการรอจังหวะในการลงทุน
3. บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance)
บัญชีเครดิตบาลานซ์ เหมาะสมกับท่านที่ต้องการเพิ่มอำนาจการซื้อหลักทรัพย์โดยการกู้เงินเพื่อใช้ในการซื้อหลักทรัพย์สูงสุด 1 เท่า ของมูลค่าหลักประกันที่นำมาวาง แต่ไม่เกินกว่าวงเงินที่ได้รับการอนุมัติจากบริษัท โดยมีเกณฑ์การอนุมัติวงเงินขั้นต่ำที่ 3,000,000 บาท

สามารถขอรับชุดเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้ทางไหนบ้าง?

1. ทางโทรศัพท์ โดยติดต่อ KS Call Center เบอร์ 02-6960011 โดยแจ้ง ชื่อ – นามสกุล, ที่อยู่จัดส่งเอกสาร, เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ และประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต้องการทางเราจะจัดส่งเอกสารกลับไปให้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
2. ทางอีเมล ks.cs@kasikornsecurities.com โดยแจ้ง ชื่อ – นามสกุล, ที่อยู่จัดส่งเอกสาร, เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ และประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต้องการทางเราจะจัดส่งเอกสารกลับไปให้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
3. ดาวนโหลดด้วยตนเองผ่านทางหน้าเว็บไซต์  www.kasikornsecurities.com ที่เมนู “เปิดบัญชี
4. ขอรับเอกสารด้วยตนเองผ่านสาขาต่าง ๆ ของหลักทรัพย์กสิกรไทย โดยสามารถดูที่อยู่สาขาได้จากหน้าเว็บไซต์ www.kasikornsecurities.com เมนู “ช่องทางการให้บริการ

เอกสารที่ใช้ประกอบในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มีอะไรบ้าง?

เอกสารที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี Cash Balance  (กรุณาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ)
1. สำเนาประจำตัวประชาชน      3  ฉบับ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน       1 ฉบับ
3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย   1 ฉบับ
4. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการให้รับเงินปันผล 1  ฉบับ
5. เอกสารแสดงสถานะทางการเงิน ยอดเงินล่าสุดขั้นต่ำ 50,000 บาท               
6. กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล รบกวนแนบใบแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุล 1 ฉบับ
เอกสารที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี Cash  (กรุณาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ)
1. สำเนาประจำตัวประชาชน  3 ฉบับ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน  1 ฉบับ
3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการให้ตัดบัญชี ATS 1 ฉบับ (KBANK, BBL, SCB, BAY, KTB, SCIB, TCAP และ CIMBT)
4. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการให้รับเงินปันผล 1 ฉบับ
5. เอกสารแสดงสถานะทางการเงิน ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติวงเงิน  รวมกันไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัท)
6. กรณีท่านมีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ หรือ นามสกุล กรุณาเตรียม สำเนาใบแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือ นามสกุล 1 ฉบับ
7. หากท่านมีความประสงค์ใช้บริการ K-Stock 2 Fund เพิ่ม สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาหน้าสมุดบัญชี KBANK, สำเนาหน้าสมุดบัญชีกองทุน     อย่างละ 1 ฉบับ

เอกสารที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี Credit Balance  (กรุณาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ)
ต้องแนบเอกสารแสดงสถานะทางการเงิน ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติวงเงิน  รวมกันไม่ต่ำกว่า 3,000,000 บาท
หมายเหตุ  สำหรับลูกค้าที่ต้องการเปิดบัญชี Credit Balance ต้องเปิดบัญชี Cash Account ด้วย

ต้องแสดงเอกสารพิจารณาวงเงินเท่าไร จึงจะสามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้?
เอกสารพิจารณาวงเงิน (Statement) ที่ลูกค้าต้องแนบมากับชุดเปิดบัญชีนั้น จะขึ้นอยู่กับประเภทของบัญชีหลักทรัพย์ที่ลูกค้าเลือก
1. บัญชีประเภทแคชบาลานซ์ (Cash Balance) ลูกค้าต้องแสดงเอกสารประกอบการพิจารณาวงเงินมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท (กรณีซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต) และ ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท (กรณีซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด)
2. บัญชีประเภทเงินสด (Cash Account) ลูกค้าต้องแสดงเอกสารประกอบการพิจารณาวงเงินมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ทั้งกรณีซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต และซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด)
3. บัญชีประเภทเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance) ลูกค้าต้องแสดงเอกสารประกอบการพิจารณาวงเงินที่มีมูลค่าเท่ากับวงเงินที่ลูกค้าต้องการ (ขั้นต่ำของวงเงินคือ 3,000,000 บาท)
หมายเหตุ เอกสารพิจารณาวงเงินที่ลูกค้าสามารถนำมาแสดงได้ มีดังต่อไปนี้
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือ
- บัญชีกองทุน, ตั๋วเงินฝาก หรือ
- พอร์ตการลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อื่น
มีการจัดส่งเอกสารยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์หรือไม่ อย่างไร?
มี โดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยจะจัดส่ง
- เอกสารยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าทางไปรษณีย์ภายใน 1 วันทำการนับจากวันซื้อขายหลักทรัพย์
- รายงานประจำเดือน ได้แก่ รายงานยอดหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชี ให้ลูกค้าทุกสิ้นเดือนทางไปรษณีย์ (กรณีที่มีรายการเคลื่อนไหว) หรือ เฉพาะเดือนมิถุนายนและธันวาคม (กรณีที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหว)
ถ้าต้องการถอนหรือโอนหลักทรัพย์จะทำได้อย่างไร และมีค่าธรรมเนียมเท่าใด?
ในการถอน โอน หรือเปลี่ยนสถานะหลักทรัพย์ ลูกค้าจะต้องปฏิบัติดังนี้
   - กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มใบคำขอเบิก / โอน / เปลี่ยนสถานะหลักทรัพย์
   - ลงนามในแบบฟอร์มให้เหมือนกับตัวอย่างที่ให้ไว้กับบริษัท
   - แนบสำเนาบัตรประชาชนที่รับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีถอนหลักทรัพย์เป็นใบหุ้นเท่านั้น)
จากนั้นนำส่งเอกสารทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย เพื่อดำเนินการต่อไป
ค่าธรรมเนียมต่อหุ้น 1 ตัว มีรายละเอียดดังนี้
   - กรณีการโอนหลักทรัพย์ (ภายในบริษัท) ไม่เสียค่าใช้จ่าย
   - กรณีการถอนใบหลักทรัพย์ (ขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่) 80 บาท
   - กรณีการโอนหลักทรัพย์ไปบริษัทสมาชิกอื่น (ผ่านระบบ SDC) 20 บาท
   - กรณีเปลี่ยนสถานะ “หลักทรัพย์ไทย” เป็น “หลักทรัพย์ต่างประเทศ” 20 บาท
   - กรณีเปลี่ยนสถานะ “หลักทรัพย์ต่างประเทศ” เป็น “หลักทรัพย์ไทย” 20 บาท
Q:จะสามารถทราบข้อมูลบทวิเคราะห์ได้จากที่ไหน?
A: ลูกค้าสามารถรับทราบข้อมูลบทวิเคราะห์ได้ 2 ทาง คือ
1. ผ่านการสรุปของเจ้าหน้าที่ผู้จัดการเงินทุนบุคคล (ผู้ดูแลบัญชีของท่าน)
2. ผ่านทางเว็บไซต์ www.kasikornsecurities.com (ต้องทำการ Login เข้าใช้งานก่อน)
3. ผ่านทางอีเมลโดยสมัครรับบริการได้ผ่าน website หรือผู้จัดการเงินทุนบุคคล
จะสามารถเปิดบริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร?
ลูกค้าสามารถสมัครเปิดบริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางเว็บไซต์ของทางบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1  ลงทะเบียนใช้งานเว็บไซต์ โดยไปที่ www.kasikornsecurities.com  คลิกที่เมนู “เปิดบัญชี” เพื่อตั้ง Username และ Password
ขั้นตอนที่ 2  ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชี ตามประเภทบัญชีหลักทรัพย์ที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 3  ส่งกลับชุดเปิดบัญชี พร้อมเอกสารประกอบ มาที่ ฝ่ายธุรกิจอิเลคทรอนิกส์ บมจ. หลักทรัพย์กสิกรไทย
หมายเหตุ  บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จะใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ ในการพิจารณาอนุมัติ
การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ช่วงเวลาใดบ้าง?
ในกรณีที่ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถส่งคำสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์: 0 2888 8888 โทรสาร: 0 2888 8882